วันพุธที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2561

มาดามเดียร์ ผู้จัดการทีมคนสวยของวงการฟุตบอลไทย

        พึ่งจบไปหมาดๆสำหรับการแข่งขันกีฬาซีเกมส์  2017  ณ กัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย โดยการจัดการแข่งขันครั้งนี้เป็นครั้งที่ 29 มีนักกีฬาจาก 11 ประเทศเข้าร่วมการแข่งขัน โดยกีฬาที่แฟนกีฬาชาวไทยติดตามชมและเชียร์กันมากที่สุดนั้นก็คือฟุตบอลชาย ซึ่งมีการจำกัดอายุไม่เกิน 23 ปี และผลสุดท้ายทีมชาติไทยก็สามารถที่จะคว้าเอาเหรียญทองมาคว้าได้สำเร็จ แต่สิ่งหนึ่งที่มีการพูดถึงกันอย่างมากเกี่ยวกับทีมฟุตบอลชุดนี้นั้นก็คือ ผู้จัดการทีม ซึ่งได้ คุณเดียร์ หรือที่ชาวเน็ตเรียกกันจนคุ้นหูว่า มาดามเดียร์  giving forward
        สิ่งที่ทำให้มีแฟนบอลจำนวนมากพูดถึง มาดามเดียร์ ก็เพราะว่าความสวยของเธอนั้นเอง อีกทั้งความอ่อนโอนและมีอารมณ์ร่วมกับนักเตะอย่างเช่นเวลาที่ทีมแพ้ก็ร้องให้ หรือว่าทีมชนะก็แสดงอาการดีใจอย่างเต็มที่ ทำให้ได้ใจแฟนบอลไปเป็นจำนวนมาก มาดามเดียร์ ชื่อจริงคือ วทันยา วงษ์โอภาสี อายุ 31 ปี ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง กรรมการผู้จัดการ บริษัท สปริงนิวส์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท นิวส์ เน็ตเวิร์ค คอร์ปอร์เรชั่น จำกัด (มหาชน) ซึ่งงานประจำของเธอก็เกี่ยวกับการบริหารอยู่แล้วจึงไม่น่าแปลกใจที่จะสามารถดูแลทีมชาติไทยชุดนี้ได้เป็นอย่างดี และตอนนี้เธอก็มีแฟนคลับเป็นแฟนบอลชาวไทยจำนวนมาก ซึ่งส่วนใหญ่ความคิดเห็นที่มีต่อ มาดามเดียร์ นั้นจะไปในด้านบวก ซะเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งก็ถือเป็นเรื่องที่ดีของวงการฟุตบอลไทยเป็นอย่างมาก เพราะกะแสของมาดามเดียร์ นั้นก็จะทำให้คนที่ไม่ได้สนใจวงการฟุตบอลไทยมากนักก็จะหันมาสนใจมากขึ้น เนื่องจากชื่นชมและชื่นชอบในตัวของมาดามเดียร์ เราก็ได้แต่หวังว่า มาดามเดียร์ จะได้ทำงานในตำแหน่งของผู้จัดการทีมชาติไทยต่อไปอีกนานเพื่อเป็นสีสันให้กับวงการฟุตบอลบ้านเรา  giving forward

        ถึงจะเห็นสวยๆและมีแฟนคลับมากมายขนาดนี้แล้วนั้นแต่ว่า ณ ปัจจุบัน มาดามเดียร์ ไม่ได้โสดแล้วนะครับ เธอได้จดทะเบียนสมรสแล้ว แต่ถึงจะมีเจ้าของแล้วแต่แฟนบอลชาวไทยก็ยังติดตามและให้กำลังใจเธอต่อไปเรื่อยเพราะนอกจากความสวยความน่ารักที่เป็นรูปลักษณ์ภายนอกแล้ว ฝีมือการบริหารทีมชาติไทยของเธอก็ถือว่าสอบผ่านได้ไม่ยากเลยทีเดียว ยุคนี้วงการฟุตบอลบ้านเราเริ่มเปิดกว้างมากยิ่งขึ้นไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงหรือว่าผู้ชายหากว่ามีความสามารถก็สามารถเข้ามาทำงานในวงการฟุตบอลของเมืองไทยได้ทั้งหมด โดยสิ่งที่จะเป็นตัวตัดสินนั้นก็คือผลงานในสนามของทีมมากกว่าชื่อเสียงที่มีมาแต่เก่าก่อน เพราะทุกคนคาดหวังว่าฟุตบอลไทยจะต้องก้าวไปสู่ระดับโลกให้จงได้  giving forward

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น