วันศุกร์ที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

เมื่อหุ่นยนต์ทำงานแทนคนได้เกือบทุกอย่าง



        ผมเคยเขียนบทความแสดงความคิดเห็นไว้เมื่อนานมาแล้วว่า ยุคต่อไปจะเป็นยุคของหุ่นยนต์และสมองกลต่างๆ เพราะว่าช่วงนั้นมีข่าวมากมายเกี่ยวกับเทคโนโลยี ที่จะสามารถมาเปลี่ยนแปลงโลกใบนี้ได้ ยกตัวอย่างเช่น การสร้างบ้านด้วยระบบ 3D Printing ที่เราแค่เพียงออกแบบบ้านในคอมพิวเตอร์แล้วก็กดสั่งให้เครื่อง 3D Printing นั้นสร้างออกมาเป็นบ้านได้เลย ถึงแม้ว่าความเนียบนั้นจะยังสู้การใช้แรงงานคนยังไม่ได้ แต่ว่าคอนเซ็ปหรือว่าแนวคิดนั้นสามารถพัฒนาไปต่อได้อย่างมากมาย และก็จะต้องแซงแรงงานที่เป็นคนจริงๆในอนาคตอันใกล้นี้อย่างแน่นอน  giving forward
        หรือว่าจะเป็นปัญญาประดิษฐ์ที่สามารถคิดได้แบบเดียวกับมนุษย์ อย่างเช่น มี Ai หรือว่าปัญญาประดิษฐ์ตัวหนึ่งที่ถูกโปรแกรมมาให้ สามารถเขียนเรื่องสั้นได้แบบมนุษย์ และได้มีการทดสอบโดยการส่งผลงาน ที่เจ้า Ai ตัวนี้ได้เขียนเข้าไปร่วมประกวดกับผลงานของนักเขียนที่เป็นคนจริงๆปรากฏว่า ผลงานที่เกิดจากเจ้าสมองกลตัวนี้สามารถได้รับรางวัล ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่รางวัลชนะเลิศ แต่ก็ทำให้เราได้ฉุกคิดว่า คอมพิวเตอร์สมองกลนั้นสามารถที่จะทำงานที่ซับซ้อนได้แบบเดียวกับมนุษย์ และต่อไปก็คงขยายเข้าไปในหลายสาขาอาชีพ ที่เมื่อก่อนมนุษย์เราคิดว่าเป็นงานที่ซับซ้อนและมีเพียงมนุษย์เท่านั้นที่จะสามารถทำมันได้ แต่เมื่อเจ้าคอมพิวเตอร์สมองกลมันสามารถที่จะ เขียนบทความแข่งกับมนุษย์ได้แล้วละก็เรื่องอื่นๆที่ใกล้เคียงกันมันก็จะสามารถทำได้อย่างแน่นอน อย่างเช่นการแต่เพลง การกำกับภาพยนตร์ หรืออื่นๆอีกมากมาย  giving forward
        และเมื่อไม่นานมานี้มีคลิปๆหนึ่งที่มีการส่งต่อกันผ่านทาง โซเชียวเน็ตเวิร์ก นั้นก็คือบทสัมภาษของ เจ้าสัว ธนิน แห่งอาณาจักร ซีพี โดยสาระสำคัญในคลิปดังกล่าวนั้นก็คือ ต่อไป โรงงานของซีพี จะใช้ระบบอัตโนมัติซะเป็นส่วนใหญ่ อย่างเช่น โรงงงานที่เคยใช้คนระดับ 350 คน ก็จะลดเหลือเพียง 60 คน นอกนั้นระบบการทำงานต่างๆก็จะเป็นอัตโนมัติทั้งหมด ซึ่งภาครัฐก็ให้การสนับสนุนในเรื่องนี้ เพราะมองว่าประเทศไทยนั้นกำลัง ก้าวเข้าสู่สังคมของผู้สูงอายุ การที่ผู้ประกอบการนั้นหันมาใช้ระบบอัตโนมัตินั้นเป็นเรื่องที่ดี เพราะว่าในอนาคตอันใกล้นั้นเราจะต้อง พบเจอกับปัญหาการขาดแคลนแรงงานอย่างแน่นอน การเริ่มต้นสนับสนุนให้ผู้ประกอบการหันมาใช้ระบบอัตโนมัติในเร็ววันนี้ก็จะเป็นการเริ่มต้นวางแผนเพื่ออนาคตที่ดีต่อไป
        หลังจากนั้นไม่นานก็มีการแชร์คลิปของโรงงานผลิตข้าวกล่องของบริษัท ซีพี ในประเทศจีน โดยในคลิปวิดีโอนั้นเป็นการทำงานด้วยระบบอัตโนมัติ 100% โดยที่ไม่มีแรงงานคนเข้าไปเกี่ยวข้องเลยแม้แต่น้อย นั้นก็เป็นการพิสูจน์ให้เห็นว่า คำกล่าวของประธาน ซีพี นั้นไม่ได้ห่างไกลจากความเป็นจริงเลย

#S7Content

วันอังคารที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

สิ่งที่เราเห็นในfacebookอาจจะไม่ได้เป็นอย่างที่เราคิด



        ผมเชื่อว่าทุกคนคงรู้จักเฟสบุ๊คอาจจะใช้บริการด้วยตัวเองหรือว่าอาจจะเคยได้ยินจากคนรอบข้าง ในแต่ละวันหากเราเปิดเฟสบุ๊คเข้าไปเราก็จะเห็นข้อมูลหรือเรื่องราวของคนอื่นๆมากมาย ซึ่งก็มีแนวทางที่แตกต่างกันไปแล้วแต่ความชอบของแต่ละบุคคล ถ้าให้จำแนกชนิดของโพสที่แสดงอยู่ในfacebookแล้วละก็อันดับหนึ่งที่เห็นได้มากที่สุดเลยนั้นก็คือ การบ่นเกี่ยวกับเรื่องต่างๆ รองลงมานั้นก็คือการอวด ไม่ว่าจะไปเที่ยวไหนหรือว่ากินอะไรก็แล้วแต่ก็จะมีการโพสลงโซเชียว ซึ่งผมก็เคยเกิดความรู้สึกว่าคนเรามันจะมีชีวิตดีๆได้อย่างนั้นทุกวันเลยเหรอ
        แต่หลังจากที่ได้รู้จักหรือว่ามีข่าวที่คนอื่นเอามาเล่าให้ฟังก็จะรู้ว่าจริงแล้วชีวิตของเขาก็ธรรมดาเหมือนกันชีวิตของเรานี้แหละเพียงแต่ว่าเขานั้นเลือกที่จะนำเสนอเฉพาะด้านดีของชีวิต ด้านที่มีปัญหาก็ไม่ได้นำมาเสนอให้คนอื่นๆได้รับรู้ด้วยซึ่ง บางครั้งปัญหาที่เกิดขึ้นส่วนหนึ่งนั้นก็มาจากการที่เขานั้นใช้จ่ายอย่างฟุ่มเฟือยเพื่อที่จะต้องการสร้างภาพให้ตัวเองนั้นดูดีนั้นเอง ซึ่งเมื่อการใช้จ่ายโดยที่รายรับและรายจ่ายไม่สมดุลกันแล้วนั้นมันก็มักที่จะเกิดปัญหาขึ้นตามมาในภายหลังได้  และผมก็เชื่อว่าคนที่มีลักษณะแบบนี้ก็ยังมีอีกมายมากที่ใช้ชีวิตเกินตัวเพื่อที่จะเอาภาพมาลงในโซเชียวเน็ตเวิร์ก ซึ่งจากประสบการณ์ของผมแล้วละก็ผมจะเห็นว่าคนที่ชีวิตเขาดีจริงโดยที่ไม่ได้สร้างภาพนั้นเขามักที่จะไม่โอ้อวดตัวเองจนเกินไป และสิ่งที่เขาแชร์ส่วนใหญ่ก็จะเป็นสิ่งที่มีประโยชน์ต่อผู้อื่น ไม่ว่าจะเป็นเทคนิควิธีการในการทำงาน หรือว่าข้อคิดดีๆในการทำงานก็แล้วแต่
        แต่ก่อนผมก็เคยเป็น ตอนเช้าๆหลังจากที่เปิดดูเฟสแล้วก็จะรู้สึกเครียดโดยที่ไม่มีสาเหตุเพราะว่าตัวเองนั้นก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรเป็นการส่วนตัว แต่ทำไหมถึงเครียดก็ไม่รู้ ผมใช้เวลาในการหาคำตอบอยู่นานพอสมควรจึงเข้าใจว่าจริงๆแล้วสิ่งที่ทำให้ผมเครียดนั้นก็คือปัญหาของคนอื่นที่ผมไปรับรู้รับทราบมาจากการเข้าไปอ่านในเฟสบุ๊คนั้นเอง  ผมก็เลยใช้วิธีการแก้ปัญหาด้วยการเลือกเลิกติดตามคนที่ชอบโพสปัญหาหรือว่าชอบโพสเฉพาะเรื่องส่วนตัวของตัวเองเพียงอย่างเดียวเพราะว่าผมคิดว่าเฉพาะปัญหาของผมเพียงคนเดียวผมก็ก็ยังแก้ได้ไม่หมดเลยนี้ต้องไปรับรู้ปัญหาของคนอื่นถึงแม้ว่าจะไม่ต้องไปแก้ช่วยเขาแต่ยังไหงก็เกิดความเครียดอยู่ดี และผมก็เลือกติดตามเฉพาะคนที่ผมคิดว่าผมจะนำความรู้หรือว่าเรื่องราวที่เขาโพสนั้นมาปรับใช้กับชีวิตประจำวันของตัวเองได้เท่านั้นเอง

#S7content